แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - ritcha

หน้า: [1] 2 3 ... 8
1
หลังจากปาร์ตี้ดื่มอย่างหนักหน่วงในคืนวันศุกร์ จัดหนัก จัดเต็ม กินแบบไม่ยั้งแล้ว อาการยอดฮิตที่ตามมาในตอนเช้าที่มักจะเกิิดอยู่ประจำก็คือ อาการแฮง โลกหมุน หนักหัว และ ... แล้วจะทำยังไงให้หายเมาเร็วๆ แบบรวดเร็วทันใจนั้นอาหารที่ช่วยแก้เมาค้าง ว่าแต่จะมีอะไรบ้างนั้นลองเลื่อนไปดูกันเลย1.ซุปไก่ซุปไก่ถือได้ว่าเป็นเมนูยอดฮิตที่ทุกคนนึกถึงเวลาเมาค้าง เพราะเนื้อไก่และผักต่างๆ ในซุปไก่มีสารซิสเตอีนที่ช่วยบำรุงตับ ทำให้ตับของเรานั้นแข็งแรง และน้ำซุปไก่ร้อนๆ ก็จะช่วยเพิ่มระดับโซเดียมและระดับน้ำในร่างกายทดแทนปริมาณแอลกอฮอล์ที่ดื่มไปอย่างหนักหน่วง ทำให้อาการเมาค้างหายไปอย่างรวดเร็ว!2.ข้าวโอ๊ตข้าวโอ๊ตนอกจากจะช่วยลดคอเลสเตอรอลและให้พลังสุูงแล้ว ข้าวโอ๊ตยังเต็มไปด้วยสารอาหารที่ช่วยอาการแก้เมาค้างได้เช่น ธาตุเหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม และวิตามินบี ที่ช่วยขับสารพิษและเพิ่มระดับน้ำตาลในร่างกาย ทำให้หายจากอาการเมาค้างได้เร็วขึ้น3.ขนมปังโฮลวีทการจะหาอะไรกินแก้เมาค้างในตอนเช้าเป็นอะไรที่ยากพอสมควรเพราะคุณยังไม่อยากออกไปไหน แต่เพียงแค่มีขนมปังสักแผ่นทาด้วยน้ำผึ้งสักนิดก็สามารถช่วยแก้อาการเมาค้างได้ เพราะในขนมปังและน้ำผึ้งเต็มไปด้วยน้ำตาลฟลุคโตสที่จะช่วยเผาผลาญปริมาณแอลกอฮอล์ที่ยังตกค้างในร่างกายออกไปได้อีกด้วย 4.น้ำขิงนักดื่มทุกคนควรมีขิงติดบ้านเอาไว้เลย!! เพราะน้ำขิงร้อนๆ สักถ้วยในยามเช้าจะช่วยให้คนรู้สึกสดชื่นและมีพละกำลัง เพราะในขิงมีสารที่ช่วยแก้อาการปวดหัว และช่วยเพิ่มระดับน้ำตาลในร่างกายทำให้อาการเมาค้างของคุณนั้นดีขึ้น5.สมูทตี้ผลไม้ลองดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ที่ปั่นจากผลไม้ เช่น กล้วยและสตรอว์เบอร์รี ผสมกับโยเกิร์ตดูสิ สามารถช่วยแก้อาการเมาค้างได้ดีทีเดียว เพราะผลไม้มีโพแทสเซียมช่วยป้องกันอาการขาดน้ำของร่างกาย และมีสารอิเล็กโทรไลต์ที่ช่วยลดปริมาณแอลกอฮอล์ลงได้อ่านเพิ่มเติม ได้ที่เพจ>>slotxo

2
อย่างที่เราทราบกันดีว่า COVID-19 หรือ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สามารถแพร่กระจายเชื้อโรคได้ด้วยการผ่านทางอากาศ ดังนั้นการศึกษาและเข้าใจขั้นตอนการติดเชื้อของไวรัสชนิดนี้ ก็จะสามารถทำให้เราสามารถป้องกันตัวเองจากไวรัสโคโรนาได้ดียิ่งขึ้นการติดต่อโรคผ่านทางอากาศ (Air-borne transmission) คืออะไรAir-borne transmission หรือ การติดต่อโรคผ่านทางอากาศ คือการที่โรคแพร่กระจายไปกับฝอยละอองขนาดเล็กกว่า 5 ไมครอน ซึ่งด้วยขนาดที่เล็กทำให้ฝอยละอองที่มีเชื้อนั้นกระจายไปได้ไกลในอากาศโรคที่ติดต่อกัน เกิดจากการระเหยของละอองฝอย (evaporated droplet) หมายถึงเชื้อยังมีชีวิตอยู่ในละอองฝอยที่ระเหยแห้งไปแล้ว ทำให้สามารถล่องลอยในอากาศเป็นเวลานาน และฟุ้งออกไปได้ไกลจากผู้ป่วยDroplet transmission หรือ การติดต่อผ่านละอองฝอย คือการที่โรคแพร่กระจายไปกับฝอยละอองขนาดใหญ่ ซึ่งก็คือละอองน้ำมูกน้ำลายจากการไอจามปกตินั่นเอง โดยละอองแบบนี้จะอยู่ในอากาศได้เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่ง และฟุ้งออกไปได้ไกล 1-2 เมตรเท่านั้นสามารถป้องกัน Air-borne transmission หรือ การติดต่อโรคผ่านทางอากาศ ได้ด้วยการแยกผู้ป่วยให้อยู่ในห้องแยกที่มีความดันบรรยากาศเป็นลบเทียบกับภายนอกและผู้ที่เข้าไปในห้องแยกควรสวมหน้ากากชนิด N95 คือหน้ากากที่สามารถกรองอนุภาคขนาด 0.3 ไมครอนได้อย่างน้อยร้อยละ 95แต่จะมีบางสถานการณ์ที่ทำให้เชื้อที่ติดต่อผ่าน "ละอองฝอย" กลายเป็นการติดต่อผ่านคลิกอ่านเพิ่มเติม>รีวิวPGSLOT

3
การได้พักผ่อนอยู่ที่โรงแรมสวย ๆ บรรยากาศดี ๆ ให้ความสะดวกสบาย ย่อมถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ทริปการท่องเที่ยวของคุณมีความสุขและสนุกสนาน แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ควรลืมนะคะว่าแม้ภายนอกของโรงแรมจะสวยงาม และแลดูสะอาดปราศจากเชื้อโรคหรือเชื้อไวรัสต่าง ๆ แค่ไหน แต่ก็ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีเสมอไปว่าโรงแรมนั้น ๆ จะสะอาดและปราศจากเชื้อโรคซุกซ่อนอยู่จริงๆ ดังนั้น ใครที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวบ่อย ยิ่งโดยเฉพาะในช่วงที่เชื้อไวรัสโคโรนากำลังระบาดอยู่ขณะนี้ การระมัดระวังย่อมเป็นสิ่งดี เนื่องจากเชื้อโรคก็มาพร้อมกับข้าวของเครื่องใช้ภายในโรงแรมได้ด้วยเช่นเดียวกัน เราไปดูกันนะคะว่าจุดไหนหรือของใช้อะไรบ้างที่อยู่ภายในโรงแรมที่อาจเป็นแหล่งที่อยู่ของเชื้อโรค1.ผ้าเช็ดตัว แม้ผ้าเช็ดตัวในโรงแรมจะถูกจัดไว้อย่างสวยงาม แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าจะไม่มีสิ่งสกปรกแอบแฝงอยู่ ถึงแม้ว่าผ้าเช็ดตัวผืนนั้นได้ผ่านการฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ มาแล้ว แต่เชื้อโรคเหล่านั้นก็ยังฝังอยู่ในผ้าเช็ดตัวโดยที่ไม่หายไปไหน ซึ่งเราก็ไม่มีทางทราบเลยว่าทางโรงแรมได้นำมาเปลี่ยนหมุนเวียนให้แขกที่มาพักใช้ไปแล้วไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยคน เรียกได้ว่า เหมือนเราใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกับคนอื่นซึ่งย่อมทำให้เราติดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ง่าย ดังนั้น ถ้าจะไปออกทริปแล้วต้องเข้าพักโรงแรมที่ไหนสักแห่ง แนะนำให้คุณพกผ้าเช็ดตัวส่วนตัวมาใช้ ดีกว่าเสี่ยงที่จะไปติดเชื้อโรคที่แฝงมากับผ้าจะดีที่สุด2.อ่างอาบน้ำหลายคนคงอยากจะไปแช่อ่างอาบน้ำที่โรงแรมเพื่อผ่อนคลายความรู้สึกเหนื่อยล้าต่าง ๆ แต่หารู้ไม่ว่าอ่างอาบน้ำนั้นถือว่าเป็นแหล่งที่มีการสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรียมากที่สุดอันดับหนึ่งเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าภายนอกจะได้รับการทำความสะอาดมาอย่างดีแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีเชื้อโรคบางชนิดที่แอบแฝงและซ่อนตัวอยู่ได้เช่นกัน ยิ่งถ้าเป็นคนที่มีผิวแพ้ง่ายไม่ควรแช่ตัวในอ่างอาบน้ำอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้เชื้อโรคเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกายได้ ทางที่ดีควรอาบน้ำด้วยฝักบัวแทนการลงไปแช่ในอ่างอาบน้ำเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อลงนั่นเองอ่านเพิ่มเติม ได้ที่เพจ>>รีวิวPGSLOT

4
ไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (COVID-19) เป็นเชื้อไวรัสในกลุ่มโคโรนา (coronavirus) ชนิดใหม่ ก่อให้เกิดการติดเชื้อบริเวณทางเดินหายใจ ซึ่งอาการมีได้ตั้งแต่ไม่มีอาการจนถึงอาการหนัก ในผู้ป่วยบางราย coronavirus สามารถทำให้เกิดปอดติดเชื้อ ภาวะไตล้มเหลว และอาจเสียชีวิตได้เชื้อไวรัสนี้ติดต่อได้จากเสมหะหรือน้ำลายขณะไอ จาม หรือพูดคุองค์การอนามัยโลก ได้ประกาศว่าโควิด-19 มีการระบาดทั่วโลก และตอนนี้ยังไม่มียาหรือวัคซีนสำหรับรักษาและป้องกันโควิด-19 โดยเฉพาะ ลักษณะอาการทั่วไป จะคล้ายกับอาการไข้หวัดธรรมดา ได้แก่ ไข้ ไอ หรือจาม หายใจไม่สะดวก อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัวผู้ป่วยจะมีอาการ 3-7 วันหลังจากสัมผัสไวรัสชนิดนี้ แต่บางรายอาจใช้เวลาถึง 14 วันจึงจะแสดงอาการ ประชากรทุกกลุ่มอายุสามารถติดไวรัสนี้ได้ ซึ่งส่วนใหญ่ (มากกว่า 80%) โควิด-19 มีอาการไม่รุนแรงเหมือนไข้หวัดทั่วไป หรืออาจไม่มีอาการเลย ผู้ป่วยอาจไม่จำเป็นที่ต้องไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยประมาณ 15% อาจมีอาการรุนแรง และ 5% อาการรุนแรงมาก ซึ่งควรไปพบแพทย์ผู้ป่วยสูงอายุและผู้ป่วยที่มีโรคร่วมเช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคหอบหืด มีโอกาสที่จะเกิดการติดเชื้อโควิด-19 ได้รุนแรงกว่าผู้เป็นเบาหวานที่มีการติดเชื้อ การคุมระดับน้ำตาลในเลือดจะผันผวนและควบคุมได้ยาก ส่งผลทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานได้ อธิบายได้จาก 2 เหตุผล คลิกอ่านเพิ่มเติมรีวิวPGSLOT

5
การทำงานอยู่ที่บ้าน หรือ Work from Home ในช่วงสถานการณ์ที่ COVID-19 กำลังแพร่ระบาดและขยายวงกว้างอยู่ในตอนนี้ อาจทำให้หลายคนต้องปรับตัวกันพอสมควรโดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศที่เป็นมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายอย่างไรก็ตาม หากสามารถทำให้เจ้านายเชื่อมั่นได้ว่า คุณสามารถทำงานอยู่ที่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผลงานที่ออกมายังคงได้มาตรฐานไม่ต่างจากการทำงานที่ออฟฟิศ นโยบาย Work from Home ก็ถือว่าวิน-วินด้วยกันทั้งสองฝ่าย 1.ติดต่อสื่อสารได้ยิ่งทำงานกันแบบไม่เห็นหน้าค่าตา ยิ่งต้องทำให้เจ้านายมั่นใจว่าสามารถติดต่อสื่อสารกับเราได้ทุกช่องทาง ทั้งโทรศัพท์ อีเมล ข้อความแชทต่าง ๆ หรือการประชุมแบบ Conference call2.รายงานตัวทุกวันนอกจากช่องทางในการติดต่อสื่อสารต้องพร้อมแล้ว สิ่งที่จะสร้างความประทับใจได้มากยิ่งขึ้น คือการรายงานตัวกับหัวหน้าเป็นประจำทุกวัน เพื่อบอกเป็นนัย ๆ ให้ทราบว่าเราพร้อมพูดคุยเรื่องงานแล้ว3.แจ้งความคืบหน้าเมื่อต้องทำงานอยู่ไกลหูไกลตา สิ่งสำคัญที่จะทำให้บอสรู้สึกไว้วางใจ คือการได้เห็นความคืบหน้าของงานต่าง ๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของเรา จึงควรแจ้งความคืบหน้าให้ทราบอย่างต่อเนื่อง4.ส่งงานทันกำหนดแม้จะมีอิสระในการทำงานมากขึ้น เพราะไม่ต้องนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานตลอดเวลา แต่สิ่งสำคัญคือทุกงานที่ได้รับมอบหมายต้องเสร็จลุล่วงทันกำหนดเวลา โดยไม่สร้างภาระให้กับผู้ร่วมงานคนอื่น5.พิสูจน์ด้วยผลงานผลงานที่ดีจะเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้หัวหน้าได้เห็นว่าเรามีความรับผิดชอบในการทำงานมากน้อยเพียงใด เพราะแม้จะทำงานอยู่บ้าน แต่ไม่ได้ทำให้ผลงานที่ออกมาด้อยประสิทธิภาพลงแต่อย่างใดอ่านเพิ่มเติม>>รีวิวPGSLOT

6
หลังจากรัฐบาลประกาศปิดสถานที่ที่มักจะมีการรวมตัวกันเป็นจำนวนมากหลายแห่งตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม ไปจนถึงวันที่ 12 เมษายน รวมทั้งหน่วยงานรัฐ รวมไปถึงหลายๆ องค์กรเริ่มให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นแนวทางในการลดการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (COVID-19)มีเช็กลิสต์ของจำเป็น ที่คุณควรวางแผนซื้อติดบ้าน (แบบไม่ต้องกักตุน) จากซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายของชำใกล้บ้าน ที่ยังเปิดขายตามปกติ เพียงคุณอาจวางแผนการออกมาซื้อสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อลดจำนวนการออกมาเสี่ยงต่อการติดเชื้อ รวมทั้งยังคงมีข้าวของให้เพื่อนๆ ร่วมสังคมได้บริโภคกันตามปกติ ของจำเป็นเหล่านั้นมีดังนี้ 1.น้ำดื่ม แน่นอนว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน แต่หากบ้านไหนมีเครื่องกรองน้ำ การซื้อน้ำดื่มไว้ติดบ้านอาจไม่จำเป็นต้องซื้อคราวละมากๆ เนื่องจากไม่อยากให้ทุกคนตื่นตระหนกและกักตุนน้ำดื่มไว้ แต่อาจคำนวณว่าจะดื่มน้ำกันคนละเท่าไรต่อสัปดาห์ แล้วสัปดาห์ถัดไปค่อยสั่งซื้อทางออนไลน์ หรือออกมาซื้อร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ บ้าน 2.อาหาร เนื่องจากซูเปอร์มาร์เก็ต ตลาดสด รวมไปถึงร้านอาหารยังเปิดบริการอยู่ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องซื้ออาหารสดไปกักตุนไว้ในตู้เย็นเป็นจำนวนมากเพราะเสี่ยงเน่าเสีย หรืออาหารเสียรสชาติหลังปรุง แต่คุณอาจวางแผนล่วงหน้าสักเล็กน้อยเหมือนปกติที่บางบ้านทำกันคือซื้ออาหารโดยคิดเมนูอาหารในแต่ละมื้อล่วงหน้าประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วก็ซื้อของสด เครื่องปรุง ผัก ฯลฯ ตามเมนูเหล่านั้น แต่อาจจะมีอาหารสำเร็จรูป ไข่ ฯลฯ ไว้ได้บ้าง ในกรณีอยากปรับเปลี่ยนเมนู หรือเบื่ออาหาร3.ด้านสุขภาพ และอนามัยสิ่งเหล่านี้แม้ไม่เกิดสถานการณ์เช่นนี้ คุณก็จำเป็นต้องมีติดบ้านไว้บ้างอยู่แล้ว แต่ก็อย่างที่ภาครัฐออกมาประกาศว่าร้านขายยาต่างๆ ยังเปิดให้บริการตามปกติ ดังนั้นไม่ต้องแห่ซื้อกันแบบยกกล่อง ยกหลัง เหลือไว้ให้คนข้างหลังบ้าง ซื้อเก็บเท่าที่จำเป็น บางคนที่มีโรคประจำตัว หรือยาที่ต้องทานเป็นประจำ ก็อาจจะวางแผนการซื้อล่วงหน้าสัก 1 สัปดาห์ แล้วค่อยสั่งซื้อกันใหม่ นั่นรวมไปถึงอุปกรณ์ปฐมพยาบาลต่างๆ ที่ซื้อไว้จำนวนที่เหมาะสมก็พอ เช่นอุปกรณ์ทำแผลต่างๆ ยาลดกรด ฯลฯ เพราะสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในช่วงเวลานี้คือคุณควรดูแลสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยเป็นดีที่สุดอ่านเพิ่มเติม>>รีวิวPGSLOT

7
ตามที่กรุงเทพมหานครได้มีประกาศเรื่อง สั่งปิดสถานที่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 2 ) ลงวันที่ 21 มีนาคม 2563  ให้มีการปิดสถานที่ประเภทต่างๆ  ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2563  - 12 เมษายน 2563 โดยยกเว้น ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายยา ร้านอาหารเฉพาะซื้อกลับ สามารถเปิดบริการได้ตามปกติ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการซื้อสินค้าอุปโภค – บริโภคท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์, ท็อปส์ เดลี่ , เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ ออนไลน์, เปิดให้บริการตามปกติ และแฟมิลี่มาร์ททุกสาขาเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับโซนร้านอาหาร และ ศูนย์อาหาร ให้บริการเฉพาะซื้อกลับบ้านเท่านั้น ขยายเวลาให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวก-วันเสาร์ที่ 21 มี.ค. 63 ท็อปส์ มาร์เก็ต และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ สาขาในกรุงเทพฯ  ขยายเวลาให้บริการถึง 23.00 น.  - วันอาทิตย์ที่ 22 มี.ค. 63 ท็อปส์ มาร์เก็ต และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ สาขาในกรุงเทพฯ , ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์สาขาเวสต์เกต , ท็อปส์ มาร์เก็ต สาขารัตนาธิเบศร์, รังสิต และ แจ้งวัฒนะ เปิดให้บริการเวลา 08.00 – 23.00 น. หมายเหตุ : ยกเว้นสาขา สุพรีม, เอ็มไพร์, งามวงศ์วาน และสีลมคอมเพล็กซ์  เปิดให้บริการตามเวลาเดิมผู้บริหารและพนักงานของเราทุกคนจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน ภายใต้มาตรการความปลอดภัยการป้องกันขั้นสูงสุดตามแนวทางการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสฯ ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด  พร้อมยืนยันสต็อคสินค้าอุปโภค – บริโภค ที่จำเป็นมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ อ่านเพิ่มเติม>>slotxo

8
สถานการณ์โรคไตในปัจจุบัน ข้อมูลจากการศึกษาจากสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย พบว่าคนไทยป่วยเป็นโรคไตเรื้อรัง ประมาณร้อยละ 17.6 ของคนไทยป่วยเป็นโรคไต คิดเป็นผู้ป่วยราว 8 ล้านคน 80,000 คนเป็นไตวายระยะสุดท้าย และมีแนวโน้มมากขึ้นเป็นทุกปีๆพญ.ผ่องพรรณ ทานาค แพทย์อายุรกรรมโรคไต โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า โรคไตเรื้อรังเป็นโรคที่พบบ่อยและเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขของประเทศไทย เป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายขาด จำเป็นต้องรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง และมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงมาก โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่โรคไตวายระยะสุดท้าย ถ้าเกิดภาวะไตวาย ไตหยุดทำงาน ของเสียจะคั่งค้างในเลือดและร่างกายอาการของโรคไตผู้ป่วยจะมีอาการดังนี้เบื่ออาหารคลื่นไส้ อาเจียนอ่อนเพลียซีด โลหิตจางคันตามตัวมีจ้ำตามตัวอาเจียนเป็นเลือดน้ำท่วมปอดกระดูกเปราะบางหักง่ายปวดกระดูกถ้าของเสียค้างในสมองมาก ๆ จะมีอาการชักและสมองหยุดทำงานนอกจากนี้ผู้ป่วยจะเป็นหมัน และหมดสมรรถภาพทางเพศถ้าเกิดโรคไตวายในเด็ก เด็กจะแคระแกรนหยุดการเจริญเติบโตสาเหตุสำคัญที่ทำให้เป็นโรคไตวายโรคเบาหวานไตวายจากเนื้อเยื่อไตอักเสบความดันโลหิตสูงไขมันสูงโรคเอสแอลอี (SLE)โรคเกาต์นิ่วที่ไตและทางเดินปัสสาวะไตวายจากพันธุกรรมทางเดินปัสสาวะผิดปกติมาตั้งแต่เกิด ในกรณีที่ไตวายถาวรแล้ว ไม่ว่าด้วยสาเหตุอะไรก็ตามวิธีรักษาโรคไตปัจจุบันนี้วงการแพทย์เราก็มีวิธีการรักษาผู้ป่วยไตวายให้มีชีวิตยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ วิธีการรักษาโรคไตวายเรื้อรังมี 3 วิธีอ่านเพิ่มเติม>>slotxo

9
ท่ามกลางกระแสการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 และไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้แอลกอฮอล์เริ่มขาดตลาด และอาจมีมิจฉาชีพเอา "เมทิลแอลกอฮอล์" มาหลอกขาย ปลอมว่าเป็น "เอทิลแอลกอฮอล์" บรรจุขวด ติดฉลากให้คนหลงเชื่อ ซื้อไปทำเจลแอลกอฮอล์ใช้กันก็อันตรายมากมีวิธีทดสอง 4 วิธีง่ายๆ ดังนี้วัดจุดเดือด ใส่แอลกอฮอล์ในภาชนะทางเคมี ตั้งไฟ แล้วใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิเมื่อถึงจุดเดือดเอทิลแอลกอฮอล์ จะมีจุดเดือดประมาณ 78 องศาเซลเซียส เมทิลแอลกอฮอล์ จะมีจุดเดือดประมาณ 65 องศาเซลเซียส ดมกลิ่นวิธีง่ายๆ ที่อาจไม่แม่นยำนัก เอทิลแอลกอฮอล์ จะมีกลิ่นแบบแอลกอฮอล์ที่แรงกว่าเมทิลแอลกอฮอลฺมาก แต่เมทัลแอลกอฮอล์จะดมแล้วแสบจมูกมากกว่า (อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ต้องระวัง อย่าสูดดมเข้าไปมากเกินไป เพราะจะเป็นพิษต่อร่างกายได้)ทำปฏิกิริยาไอโอโดฟอร์ม iodoform reaction คือการเอาตัวอย่างแอลกอฮอล์นั้น ใส่หลอดทดลอง เอาไปเติมสารละลายไอโอดีน (เช่น เบตาดีน) ผสมกับโซเดียมไฮดรอกไซด์ (ก็คือ โซดาไฟ) แช่หลอดในอ่างน้ำอุ่น เขย่าหลอด แล้วทิ้งไว้ซัก 2 นาที ถ้าเป็นเอทิลแอลกอฮอล์ จะมีตะกอนสีเหลืองของหมู่ไตรไอโอโดมีเทน CHI3 (triiodomethane) เกิดขึ้น ส่วนเมทิลแอลกอฮอล์ จะไม่มีตะกอน (การทดลองนี้ อาจจะทำค่อนข้างยากหน่อย)ลองจุดไฟ ดูลักษณะสีของเปลวไฟ เอทิลแอลกอฮอล์ (ด้านขวา) จะติดไฟโชติช่วงและสว่างเป็นสีเหลืองมากกว่า ขณะที่ เมทิลแอลกอฮอล์ (ด้านซ้าย) จะติดไฟน้อยกว่า และแสงจะออกไปทางสีฟ้า(วิธีทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ใช้ทดสอบในส่วนของแอลกอฮอล์ที่เป็นของเหลวบริสุทธิ์ ไม่ใช่ในรูปของเจลแอลกอฮอล์นะครับ ซึ่งจะมีสารอื่นเข้ามาปนแ ละทำให้ผลการทดลองผิดเพี้ยนได้) อ่านเพิ่มเติม >>slotxo

10
สาวๆ รู้หรือไม่ว่าการดื่มกาแฟ นอกจากจะทำให้รู้สึกตื่นตัวตลอดวัน ไม่ง่วงเหงาหาวนอนแล้ว ยังมีส่วนช่วยในเรื่องของการลดความอ้วน หรือลดน้ำหนักได้ด้วย แต่จะดื่มอย่างไรให้น้ำหนักลดลงได้ วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ ในการไดเอทด้วยการดื่มกาแฟมาฝากกัน เผื่อสาวๆ คนไหนสนใจอยากจะลองนำไปทำตามกันดู1.จิบน้อยๆ แต่จิบตลอดวันเคล็ดลับสำคัญในการดื่มกาแฟเพื่อลดน้ำหนักก็คือ การจิบกาแฟครั้งละน้อย แต่จิบตลอดทั้งวัน ซึ่งวิธีนี้จะช่วยทำให้ร่างกายได้รับสารคาเฟอีนที่มีคุณสมบัติในการลดความอยากอาหารอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นสาวๆ ที่มักจะรีบร้อนในการดื่มกาแฟตอนเช้าๆ ให้หมดเพื่อให้ทันเข้างาน หรือก่อนเข้าประชุม ลองเปลี่ยนวิธีมาเป็นจิบน้อย แต่จิบบ่อยๆ ยิ่งจิบทั้งวันได้ยิ่งดี รับรองว่าดีต่อการไดเอทแน่นอน 2.เลี่ยงกาแฟที่มีส่วนผสมของน้ำตาลและครีมเทียมกาแฟที่ดีต่อสุขภาพในช่วงลดน้ำหนัก คือกาแฟที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลหรือครีมเทียม โดยสามารถเลือกดื่มกาแฟดำ ซึ่งมีส่วนผสมแค่เฉพาะปริมาณน้ำและผงกาแฟเท่านั้น เพราะจะทำให้ไม่เกิดปริมาณไขมันส่วนเกินสะสมภายในร่างกาย แถมกาแฟดำในปริมาณ 1 ช้อนก็ยังให้พลังงานเพียงแค่ 3-4 แคลอรี่เท่านั้น3.จิบกาแฟสักหน่อย ก่อนออกกำลังกายสำหรับใครที่ออกกำลังกายอยู่แล้ว หากอยากเห็นผลลัพธ์ของน้ำหนักตัวที่ลดลง ควรจิบกาแฟก่อนออกกำลังกายสักหน่อย เพราะคาเฟอีนในกาแฟ จะช่วยกระตุ้นร่างกายให้เกิดการตื่นตัว ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้ออกกำลังกายได้นานขึ้นด้วย อ่านเพิ่มเติม>>slotxo

11
ในสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือไวรัสโควิด-19 รัฐบาลอังกฤษประกาศให้คน “ติดเชื้อ” ให้เพียงพอแก่การสร้าง “ภูมิคุ้มกันโรค” วิธีนี้คืออะไร ได้ผลแค่ไหน และมีอันตรายหรือไม่?“ติดเชื้อ” เพื่อสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” Herd Immunity (Community Immunity) ความต้านทานโรคของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นผลมาจากความต้านทานของประชากรกลุ่มใหญ่ ทุกๆ คนไม่จําเป็นต้องได้รับวัคซีนที่จะหยุดการแพร่เชื้อของโรคใดโรคหนึ่ง นั่นหมายถึงประชากรทุกคนไม่จำเป็นต้องได้รับวัคซีนในการขจัดโรคนั่นเองฉีดวัคซีนบางคน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้อีกหลายคนโดยหลักการทั่วไปการให้วัคซีนนั้น มีวัตถุประสงค์หลักคือ เป็นการป้องกันบุคคลที่ได้รับวัคซีนต่อโรค ชนิดใดชนิดหนึ่ง โดยการเพิ่มภูมิคุ้มกันขึ้นในบุคคลนั้นโดยตรง นอกเหนือจากผลโดยตรงจากวัคซีนนี้แล้ว วัคซีนยังสามารถเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันในกลุ่มประชากร (Community หรือ Herd immunity) ได้ด้วย โดยการเพิ่มอัตราส่วนของประชากรที่มีภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อนั้น และทําให้มีการแพร่เชื้อโรคลดลง ทําให้การเป็นโรคลดลง แม้กระทั่งกลุ่มประชากรที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือมีข้อห้ามของการรับวัคซีน ก็จะได้รับผลทางอ้อมนี้เช่นกัน ทําให้มีการเกิดโรคลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคติดเชื้อที่มีการแพร่จากคนสู่คน และคนเป็นแหล่งสําคัญของเชื้อโรคนั้น ซึ่งผลทางอ้อมของการให้วัคซีนนี้เรียกวา Herd Protective/Immunity Effectsในทางระบาดวิทยาการเพิ่มระดับของ Community Immunity ในกลุ่มประชากรถือเป็นส่วนสําคัญของการ ควบคุมและขจัดโรค โดยที่ไม่จําเป็นต้องให้วัคซีนกับประชากรทุกคน ซึ่งประโยชน์ดังกล่าวนี้สามารถนําไปบริหารจัดการในด้านของการควบคุมโรค และการบริหารจัดการเรื่องการให้วัคซีนต่อไปในระดับประเทศได้ อ่านเพิ่มเติม >>slotxo

12
ระหว่างที่การพัฒนาวัคซีนโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น และอาจต้องใช้เวลานานถึงปีหน้ากว่าจะได้เห็นเป็นรูปธรรม สิ่งที่ทีมแพทย์ทั่วโลกจะช่วยแนะนำได้ คือการให้ทุกคนดำรงชีวิตอย่างมีสุขภาพดีและป้องกันตัวเองจากความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19ล้างมือสะอาด ห่างไกลผู้ไอ-จามลดโอกาสติดโควิด-19ดร.แอนโธนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งสหรัฐฯ ย้ำว่า การล้างมือให้สะอาด อยู่ห่างไกลผู้ที่ไอและจาม และให้บุตรหลานอยู่บ้านหากล้มป่วย จะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อโควิด-19 รวมทั้งไข้หวัดใหญ่ได้ อย่าลืมกฎ 20 วินาทีในการล้างมือให้สะอาดทุกซอกทุกมุม และเช็ดมือด้วยผ้าหรือทิชชูที่แห้งสะอาด แต่ถ้าเข้าถึงน้ำและสบู่ไม่ได้ ให้เลือกใช้น้ำยาล้างมือ ที่มีแอลกอฮอล์เข้มข้นอย่างน้อย 60%รับมืออย่างไรถ้ามีการไอ-จาม?ถ้าเป็นคนไอ-จาม ควรใช้ช่วงข้อพับข้อศอกป้องจมูกและปาก เพื่อป้องกันละอองน้ำมูกแพร่กระจาย โดยทาง WHO ยอมรับว่า การไอแต่ละครั้งจะพ่นละอองออกมาได้ไกลถึง 6 เมตร ส่วนการจามไปได้ไกลถึง 8 เมตร และเมื่อไวรัสกระจายอยู่ในอากาศ มันสามารถอยู่ได้นานหลายชั่วโมงภายในละอองน้ำมูก หรือบนพื้นผิวที่มันสัมผัสแต่ถ้าดวงดีมีคนมาไอ-จามใกล้ๆ ดร. แอนน์ ชูแชด (Dr. Ann Schuchat) จากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐฯ หรือ CDC บอกว่า ละอองน้ำมูกสามารถแพร่กระจายผ่านอากาศได้ ขณะที่ทางองค์การอนามัยโลก หรือ WHO แนะว่าควรจะห่างจากคนรอบข้างอย่างน้อย 3 เมตร เพื่อที่จะไม่ต้องสูดละอองน้ำมูกจากการจามใครโดยไม่จำเป็น ถ้าเป็นไปได้และไม่ดูประหลาดไป ถ้าเห็นใครไอ ให้หันศีรษะหรือหันทั้งตัวหลบไปจากคนๆนั้น พร้อมทั้งอาจจะใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือทิชชูป้องปากและจมูกตัวเองไว้ด้วยก็ได้อ่านเพิ่มเติม >>slotxo

13
คู่รักหลายคู่ที่เลิกรากันไป แต่สุดท้ายก็ยังกลับมาคบกันใหม่อีกครั้งก็มีให้เห็นมากมาย แต่ทีนี้จะทำยังไงให้ความสัมพันธ์ครั้งใหม่ไม่จบลงแบบครั้งก่อน วันนี้เรามีทริคดี ๆ มาฝากกันค่ะ1.ห้ามเอาเรื่องแย่ ๆ มาพูดใส่กันอีกพยายามอย่ารื้อฟื้นเอาเรื่องแย่ที่เคยเกิดขึ้นตอนที่เคยคบกันก่อนหน้านี้มาพูดใส่กันอีก เพราะมันไม่เป็นผลดีกับใครทั้งนั้น การที่เราตอกย้ำเรื่องเดิม ๆ ที่ทำให้ต่างฝ่ายต่างเจ็บอาจทำให้ความสัมพันธ์ครั้งใหม่ไปไม่รอดอีกได้ ดังนั้น ถ้าเราอยากจะเริ่มต้นด้วยกันใหม่อีกครั้งจริง ๆ จงโฟกัสที่ปัจจุบันไม่ใช่อดีตที่ผ่านมา2.อย่ากลับมาคบกันใหม่ เพราะอีกฝ่ายรู้สึกผิดที่บอกเลิกการที่กลับมาคบกันอีกครั้ง เพราะรู้สึกสงสารหรือรู้สึกผิดที่บอกเลิกกันไป นั่นไม่เป็นผลดีเลยแม้แต่น้อย รังแต่จะยิ่งทำให้อีกฝ่ายเสียใจ และไปด้วยกันไม่รอดเหมือนครั้งเก่า 3.อย่ากลับมาคบกันอีกครั้ง เพราะความเหงาถ้ายังไม่ชินกับการที่จะต้องอยู่ตัวคนเดียว และยังต้องการที่จะกลับมาคบกันดูใหม่ ลองถามใจตัวเองให้แน่ชัดว่ายังรักกันอยู่ไหม และต้องการเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่อีกครั้งจริง ๆ หรือเปล่า หรือแค่ต้องการคบกันเพื่อฆ่าเวลาไม่ให้รู้สึกเหงาแค่นั้นเอง 4.มีเวลาให้แก่กันมากขึ้นเหตุผลติดท็อปชาร์ตอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คู่รักหลายคู่ต้องโบกมือลาจากกัน ก็เป็นเรื่องของการที่ไม่มีเวลาให้กันมากพอนั่นเอง ดังนั้นเมื่อมีโอกาสได้กลับมาคบกันอีกครั้ง ต้องจัดการเรื่องเวลาให้ดี อย่าให้ผิดพลาดล้มเหลวเหมือนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ไม่ต้องถึงขนาดตัวต้องติดกันเป็นปาท่องโก๋ตลอดเวลาก็ได้ แค่มีเวลาที่จะได้ทำกิจกรรมด้วยกันเพื่อกระชับความสัมพันธ์ของสองเราก็พอแล้วอ่านเพิ่มเติม >>slotxo

14
หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อ “โรคหลายบุคลิก” หรือเคยได้ดูภาพยนตร์ที่มีตัวละครเป็นโรคหลายบุคลิกกันมาบ้างแล้ว โรคหลายบุคลิกนี้ไม่ใช่แค่ความแฟนตาซีที่ถูกสร้างขึ้นในโลกภาพยนตร์เท่านั้น แต่เป็นโรคทางจิตที่มีอยู่จริง โรคนี้ส่งผลต่อสุขภาพของผู้ป่วย และมักสร้างปัญหาในการดำเนินชีวิตประจำวัน ทำให้ผู้ป่วยแสดงพฤติกรรมบางอย่างโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งอาจรวมถึงการทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตายด้วยโรคหลายบุคลิก คืออะไร?โรคหลายบุคลิก (Multiple Personality Disorder หรือ MPD) จัดเป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่งในกลุ่มโรคดิสโซสิเอทีฟ (Dissociative Disorders) ปัจจุบันถูกเปลี่ยนชื่อเป็นโรคหลายอัตลักษณ์ (Dissociative Identity Disorder หรือ DID) แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงคุ้นเคยกับชื่อโรคหลายบุคลิกมากกว่า คำว่า “อัตลักษณ์ (Identity)” หมายถึง ผลรวมของลักษณะเฉพาะของสิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งทำให้สิ่งนั้นเป็นที่รู้จักหรือจำได้ โดยปกติแล้ว คนเราจะมีเพียงอัตลักษณ์เดียวเท่านั้น แต่ผู้ที่เป็นโรคหลายบุคลิกหรือโรคหลายอัตลักษณ์ มักมีมากกว่าหนึ่งอัตลักษณ์ ซึ่งเป็นผลมาจากกระบวนการทางจิต (mental process) ทำให้สติ ความคิด ความทรงจำ อารมณ์ความรู้สึก การกระทำ และการยอมรับอัตลักษณ์ของตนเองแยกจากกันโดยสิ้นเชิง ไม่ปะติดปะต่อกัน ผู้ป่วยโรคนี้จึงแสดงพฤติกรรมและอารมณ์ไม่ต่อเนื่องและไม่เหมือนกัน หรือมีบุคลิกภาพแตกแยก ราวกับว่ามีหลายคนอยู่ในร่างเดียววิธีสังเกตอาการของโรคหลายบุคลิกอ่านเพิ่มเติม >>slotxo

15
กล่องโฟม เสี่ยงมะเร็ง?นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กล่องโฟมบรรจุอาหารเชื่อมโยงกับมะเร็งโดยตรงนั้น อันที่จริงยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ขนาดนั้น สิ่งที่สำคัญคือว่า โฟมที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีสารสไตรีน ซึ่งจะออกมาปนเปื้อนกันอาหารเมื่อถูกความร้อนหรือความมัน ในเกณฑ์มาตรฐานสัก 1,000 มิลลิกรัม อาจจะละลายปนเปื้อนออกมาสัก 300-400 มิลลิกรัม ซึ่งถ้าประชาชนกินอาหารที่มีสารสไตรีนปนเปื้อนอยู่เรื่อยๆ สารตัวนี้จะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ผู้บริโภคต้องระมัดระวัง แม้จะเป็นปริมาณไม่เยอะ แต่ด้วยปริมาณ ความถี่ และระยะเวลาที่สะสม ก็อาจจะก่อให้เกิดความเสี่ยงได้สารสไตรีนอาจจะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อร่างกายได้หากสัมผัสสารที่มีความเข้มข้นสูง การบริโภคอาจจะไม่ส่งผลเท่าใด แต่ผู้ที่ต้องผลิตกล่องโฟมหรือผู้ที่ต้องทำลายกล่องโฟมนั้นจะได้รับผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรงเลือกใช้กล่องโฟมอย่างไรให้ปลอดภัย?ในปัจจุบัน กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับกล่องโฟมในท้องตลาด จึงมีการตรวจมาตรฐานผลิตภัณฑ์กล่องโฟมอยู่เสมอ และสารสไตรีนก็ปลอดภัยต่อการใส่อาหารได้ในระดับที่ไม่น่าเป็นห่วง ดังนั้นผู้บริโภคอย่างเราๆ จึงสามารถใช้กล่องโฟม (ที่มีมาตรฐานการผลิตที่ดี) ได้อย่างปลอดภัยอย่างไรก็ตาม กล่องโฟมยังนับว่าเป็นขยะที่ย่อยสลายได้ยาก วิธีกำจัดก็ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน ดังนั้นจะเป็นการดีที่เราลดการใช้กล่องโฟมมาเป็นกล่องกระดาษ หรือใส่กล่องอาหารของตัวเอง เช่นเดียวกันกับการรณรงค์ให้ใช้แก้วของตัวเองใส่เครื่องดื่ม หรือการใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกอ่านเพิ่มเติม>>slotxo

หน้า: [1] 2 3 ... 8