แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - nemo413

หน้า: [1]
1
6 ข้อเท็จจริงของภาพยนต์ สตาร์ วอร์ส ที่แฟนคลับอาจไม่เคยรู้มาก่อน

สตาร์ วอร์ส ภาพยนต์ชุดที่มีถึง 6 ภาค เป็นผลงานการกำกับของ จอร์จ ลูคัส หนึ่งในผู้กำกับภาพยนต์ชั้นเซียน ภาพยนต์เรื่องนี้ได้รับความสำเร็จไปทั่วโลกจนแฟนๆไม่อยากที่จะให้มีเพียง 6 ภาค ภายในเวลาต่อมาบริษัทวอลต์ดิสนีย์ได้ทำการเข้าซื้อบริษัทของ จอร์จ ลูคัส และทำการต่อยอดจักรวาล สตาร์ วอร์ส ออกมาเป็นภาพยนต์ภาคใหม่อีก 3 ภาคและมีเนื้อเรื่องใหม่ที่เป็นฉบับการ์ตูน รวมไปถึงวิดีโอเกมที่มีภาคใหม่ออกมาเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังมีเนื้อเรื่องของ ฮาน โซโล ที่เป็นหนังเดี่ยวอีกด้วย แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นภาพยนต์ดังที่มีผู้ชมให้การติดตามจากทั่วโลกแต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่แฟนคลับไม่เคยทราบมาก่อน ไปอ่านกันเลย

1.ในตอนแรกตัวละคร “ลุค สกายวอล์คเกอร์” เกือบจะเป็นเด็กผู้หญิงอยู่แล้ว -  โดยในช่วงเวลาเมื่อนานมาแล้วในปี ค.ศ.1975 ผู้ที่เขียนบทซึ่งก็คือ จอร์จ ลูคัส ได้เขียนบทเนื้อเรื่องคร่าวๆออกมาโดยใช้ชื่อตอนว่า “Adventures of the Starkiller, Episode One: The Star Wars.”  แต่พอเขียนไปเขียนมาก็ออกมาเป็นเรื่อง Star Wars: A New Hope นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องตัวละครหญิงที่มีน้อยเกินไป

ทำให้ จอร์จ ลูคัส ลองเปลี่ยนบุคลิกของ “ลุค สกายวอล์คเกอร์” ไปเป็น “ลุค สตาร์คิลเลอร์” และเปลี่ยนให้เขาเป็นเด็กสาววัยรุ่นอายุ 18 ปี แต่ในเวลาไม่กี่เดือนผ่านไปลูคัสก็เปลี่ยนใจเปลี่ยนให้ลุคกลับไปเป็นเด็กผู้ชาย ทำให้ภาพยนต์ สตาร์ วอร์ส ไม่มีตัวเอกเป็นผู้หญิงจนกระทั่ง 40 ปีให้หลัง

2.ในตอนแรกปรมาจารย์ “โยดา” พ่อทุกสถาบันของเหล่าเจไดเกือบจะเป็นลิงใส่หน้ากากไปแล้ว – เพราะในช่วงแรกโยดาถูกออกแบบมาให้เป็นลิงใส่หน้ากากสีเขียว แต่ในขณะที่มีการทดลองเอาลิงมาแสดงจริงๆ ลิงก็พยายามจะถอดเอาหน้ากากออกทุกครั้งเลย ในที่สุดก็ต้องมีการสร้างตัวละครนี้ใหม่โดย จิม เฮนสัน ผู้สร้างตัวละครหุ่นเชิด The Muppets นั่นเอง

3.อันที่จริงตามเนื้อเรื่องที่แต่งขึ้นมาในช่วงแรกๆ ฮาน โซโล ต้องตาย - คือตัวละครนี้ยังไงมันก็ต้องตายอยู่แล้วแหละเพียงแต่เปลี่ยนมาตายในตอนที่เป็นเนื้อเรื่อง 3 ภาคใหม่ของดิสนีย์ โดยในตอนแรก ฮาน มีบทที่จะต้องตายในขณะที่เข้าร่วมการต่อสู้ในปฏิบัติการณ์การโจมตี Death Star

4.ฉากตัวหนังสือเลื่อนตอนเริ่มต้นภาพยนต์ต้องใช้เวลาถ่ายทำกันนานถึง 3 ชั่วโมง – ฉากตัวหนังสือเลื่อนอันโด่งดังที่มีให้เห็นกันครั้งแรกในภาพยนต์ Star Wars: A New Hope ถือว่าเป็นหนึ่งในความสำเร็จของการใช้เทคนิคพิเศษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะว่าในสมัยนั้นไม่สามารถใช้คอมพิวเตอร์ทำตัวหนังสือเลื่อนแบบนี้ได้ จึงต้องใช้เทคนิคการตัดต่อที่เยอะพอสมควร
5.ประโยค “I am your father” ที่ดาร์ธเวเดอร์พูดกับลุค สกายวอล์คเกอร์ ถือเป็นความลับสุดยอดของภาพยนต์ชุดนี้ - โดยเนื้อเรื่องส่วนนี้ถูก จอร์จ ลูคัส ปกปิดเอาไว้เป็นอย่างดี เขาถึงกับเขียนบทปลอมๆขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้พวกนักแสดงรู้ว่าที่จริงแล้ว “ดาร์ธเวเดอร์” เป็นพ่อของ “ลุค สกายวอล์คเกอร์” จะมีแต่นักแสดงชาย “มาร์ก แฮมิลล์” ที่รับบทเป็นลุคเท่านั้นที่รู้ความลับนี้

6.และเรื่องสุดท้ายที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ก็คือ “จอร์จ ลูคัส” แพ้พนัน “สตีเว่น สปีลเบิร์ก” ถึง 40 ล้านดอลลาร์!! - ในช่วงยุค 70 เป็นช่วงที่ ลูคัส กำลังทำงานกับ “Star Wars: A New Hope” ในขณะที่ สตีเว่น กำลังสร้างภาพยนต์เรื่อง “Close Encounters of the Third Kind” มีอยู่วันนึงที่ทำให้ลูคัสต้องตกใจสตีเว่นเป็นคนบอกว่างั้น
ลูคัสพูดกับสตีเว่นว่า โอ้พระเจ้าหนังของคุณต้องประสบความสำเร็จมากกว่า สตาร์ วอร์ส แน่นอนและมันจะเป็นหนังที่ดีที่สุดตลอดกาล ในขณะที่สตีเว่นไม่เขื่อว่ามันจะเป็นอย่างงั้น ลูคัส ก็เลยพูดออกมาว่าเอางี้ละกันเรามาพนันกันด้วยรายได้จากภาพยนต์เป็นจำนวน “2.5%” กันดีมั๊ยล่ะ หนังของใครประสบความสำเร็จมากกว่า คนนั้นก็ต้องควักรายได้ “2.5%” ให้อีกคน
สตีเว่นก็รับคำท้า ปรากกฏว่าภาพยนต์ “Star Wars: A New Hope” ทำเงินได้ทั่วโลก 800 ล้านดอลลาร์ ส่วนเรื่อง “Close Encounters of the Third Kind” ทำเงินได้ 340ล้านดอลลาร์ ทำให้ ลูคัสต้องจ่ายให้สตีเว่นไปเกือบ 40 ล้านดอลลาร์ (ตามรายงานของนิตยสาร TIME) แต่แค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงอยู่แล้วก็ทำเงินได้เยอะขนาดนั้น



2
ปกติเวลาเรานึกถึงการไปเที่ยวเชียงใหม่ สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มักเป็นจุดหมายปลายทางที่เราคิดเอาไว้เท่านั้น แต่จริงๆ แล้วจุดเด่นอีกอย่างที่อยากให้ทุกคนได้สัมผัสเมื่อมีโอกาสมาเยี่ยมเยียนเชียงใหม่ก็คือ บรรดาร้านกาแฟทั้งหลายที่ไม่ใช่แค่การชงกาแฟแต่ยังมีความน่าประทับใจจากการใช้ไอเดียตกแต่งร้านและเมนูอีกด้วย

อย่างใครที่มาเชียงใหม่แล้วเช่ารถเชียงใหม่ขับมาเที่ยวรู้สึกว่าต้องการพักผ่อนก่อนออกเดินทางต่อร้านกาแฟคือจุดหมายที่ควรค่ากับการแวะอย่างยิ่ง มาดูกันว่า 10 ร้านกาแฟเชียงใหม่ที่ใครไปก็ต้องแวะมีที่ไหนกันบ้าง

 
1. Kradas Café – เริ่มต้นกันด้วยร้านแรกหากเขียนภาษาไทยตรงๆ ก็ร้าน กระดาษคาเฟ่ ร้านคาเฟ่ที่ไม่เหมือนใครด้วยการใช้กระดาษมาสร้างเป็นจุดเด่นของร้านเพราะเอามาทำเป็นตุ๊กตาทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ให้ได้สัมผัสกับความแปลกใหม่ หรือแม้แต่การตกแต่งของผนังร้านก็ทำจากกระดาษเช่นกัน ส่วนเมนูแนะนำก็ต้องเครปมะม่วง เลม่อนทาร์ต อร่อยจริงคอนเฟิร์ม


2. Waan Café Nimman – ตั้งอยู่ ถ.นิมมานเหมินท์ ซ.13 ความพิเศษของการตกแต่งร้านคือใช้การตกแต่งเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกเวทมนตร์ ใครชื่นชอบอะไรแนวนี้รับรองว่าถูกใจจนต้องอยากกลับไปใหม่อีกรอบแน่นอน อารมณ์แบบพ่อมดแม่มดอะไรทำนองนั้น ส่วนเมนูแนะนำคือ Double fromage cheese cake, เค้กสังขยาฝอยทอง

 

3. Zombie Café Maerim – แค่ชื่อร้านก็โดนใจแล้วแถมพื้นที่ตั้งร้านก็เลิศสุดๆ กับการมีลำธารไหลผ่านเรียกว่าจิบกาแฟสบายๆ สายตาทอดผ่านลำน้ำให้บรรยากาศแสนชิลล์ ส่วนเมนูของร้านก็เลือกทานได้ทั้งคาวหวาน เช่น พิซซ่าสไตล์โฮมเมด, กล้วยหอมทอดเวียดนาม เป็นต้น


4. No.39 – อยู่บริเวณ ต.สุเทพ เมื่อเดินเข้าไปจะพบสระน้ำอยู่กลางร้าน เน้นการตกแต่งโทนสีดำ ให้ความดิบเล็กๆ เมนูแนะนำของร้านนี้จะเป็นเครื่องดื่มอย่างโกโก้เย็นที่รสชาติเข้มข้นถึงใจจนอยากสั่งกลับอีกแก้วเลย ส่วนของหวานขอแนะนำ บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก ใครอยากสัมผัสบรรยากาศร้านโดนๆ บวกอาหารอร่อยๆ ต้องไม่พลาด


5. Chic 39 – ร้านนี้เป็นร้านที่ตั้งอยู่ใน อ.แม่ริม ความพิเศษก็คือร้านนี้มีห้องพักให้นักท่องเที่ยวได้นอนสักคืนแก้เหนื่อยกันด้วย แต่ห้องพักมีแค่ 4 ห้องเท่านั้น ส่วนบรรยากาศภายในร้านต้องบอกว่าสวยจนอยากนั่งทั้งวัน แค่มองออกไปก็เจอไร่นาสวยงามสุดๆ เมนูแนะนำร้านนี้จะเป็นอาหารคาวอย่าง พิซซ่าน้องกุ้ง, สปาเกตตี้ฉู่ฉี่กุ้งแม่น้ำ ที่ทุกเมนูเป็นสไตล์โฮมเมดทั้งสิ้น รับรองอร่อยเด็ดดวง

 
6. Neo Café – เป็นร้านที่เน้นการตกแต่งสไตล์น่ารักๆ เหมาะกับการมาแบบครอบครัวที่มีลูกเล็กเด็กแดง โอบล้อมด้วยธรรมชาติมีสวนขนาดใหญ่ให้ได้เดินเล่นกันแบบชิลล์ๆ ซึ่งใครเป็นคอไอศกรีมมาร้านนี้ไม่มีผิดหวังแน่นอนเพราะเหมือนคุณได้นั่งทานไอศกรีมแสนอร่อยกลางหุบเขากันเลย เมนูแนะนำต้องเป็นวาฟเฟิลไอศกรีม, ช็อกโกแลตไอศกรีมเบอร์เกอร์, นมชมพูหิมะ แต่ละเมนูสายของหวานห้ามพลาดจริงๆ

 
7. Clay Studio Coffee – จุดเด่นของการมาร้านนี้คือคล้ายกับว่าทุกๆ คนได้นั่งจิบกาแฟกลางโบราณสถานเก่าๆ แถมใครชื่นชอบงานศิลปะร้านนี้ยังมีคอร์สสอนเรียนศิลปะกันอีกด้วยไม่ว่าจะเป็นงานวาด, งานปั้น หรืองานแกะสลัก เรียกว่านอกจากจะได้มาจิบกาแฟท่ามกลางบรรยากาศโบราณแล้วยังได้ใช้เวลาในการสร้างงานศิลปะเก๋ๆ อีกต่างหาก มีทั้งมุมกลางสวนกับมุมห้องแอร์ให้เลือกตามชอบ เมนูแนะนำคือ ข้าวเหนียวมะม่วง

 
8. Iberry – ร้านของโน้ต อุดม แต้พานิช ที่ไปเปิดสาขาในเชียงใหม่ จุดเด่นเห็นเป็นสง่าก็คือหมาสีชมพูตัวยักษ์ซึ่งตั้งอยู่ตรงด้านหน้าของร้าน เป็นจุดถ่ายรูปที่ใครมาถึงก็ต้องเก็บภาพเอาไว้ ด้านเมนูของร้านนี้ก็โดดเด่นไม่แพ้กับมาสคอต แนะนำว่าถ้ามาแล้วต้องลองเมนูที่เป็นไอศกรีมโฮมเมดรับรองอร่อยทุกเมนูจริงๆ แต่ต้องอาจรอนานกันหน่อยเนื่องจากคนจะเยอะมากๆ ในแต่ละวัน

 
9. Doppio Ristr8to – นี่ก็เป็นอีกร้านที่ต้องบอกเลยว่าผู้คนมหาศาลมากๆ ในแต่ละวัน ความพิเศษของร้านคือเจ้าของร้านจัดเป็นบาริสต้าผู้ช่ำชองแถมเป็นนักล่ารางวัลตัวยงอีกต่างหาก ส่งผลให้ทุกเมนูของร้านจะออกมาตามความพิถีพิถันจากเจ้าของร้านนั่นเอง ลูกค้าของร้านนี้อัดแน่นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมกับถูกยกให้เป็น Latte Art Café ดังนั้นนอกจากความอร่อยแล้วยังได้ความสวยงามเอาไว้ลงโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กอีกด้วย

10. Ice creamy – Happiness Condensed – เป็นร้านที่ตั้งอยู่ในโครงการ Tall teak บริเวณถนนนิมมาน บรรยากาศของร้านก็ดูโปร่งโล่งสบายน่านั่ง ส่วนจุดเด่นจริงๆ ของร้านนี้อยู่ที่เมนูไอศกรีมเกล็ดหิมะ Ice creamy Egg Yolk Lava กับเมนูประเภทฟองดูต่างๆ เรียกว่านอกจากอร่อยแล้วยังได้ความแปลกใหม่ ส่วนเครื่องดื่มก็นับว่าจัดเต็มแบบหลากหลายสุดๆ แต่ถ้าหากใครอยากได้เมนูเย็นๆ แก้ร้อนอีกสักอย่างแนะนำเลยต้อง บิงซูชาโคลโทสต์ ตอนเสิร์ฟมาจะเป็นน้ำแข็งสีดำ มีความหอมหวานในตัวท็อปด้วยกีวี่ สตรอเบอร์รี่ กล้วย อร่อยสุดๆ


สำหรับใครที่มาเชียงใหม่แล้วเหนื่อยๆ แม้จะเช่ารถเที่ยวเชียงใหม่ก็ตามลองแวะมายังร้านกาแฟเด็ดๆ เหล่านี้แล้วจะทำให้วันแห่งการพักผ่อนของคุณเพิ่มจุดหมายอันน่าประทับใจไว้อีกอย่างน้อยก็ 1 แห่งแน่นอน

สนับสนุนบทความโดย Drivemate
บริการเช่ารถเชียงใหม่ราคาถูก
มีรถเช่าเชียงใหม่หลากหลายไสตล์ให้เลือกเช่า

3
    ใครว่าเชียงใหม่จะมีดีแค่ช่วงหน้าหนาวเท่านั้น เพราะถ้าได้ลองมาสัมผัสกับบรรยากาศดีๆ ในช่วงหน้าฝนแล้วล่ะก็จะต้องประทับใจไม่แพ้กันแน่นอนกับความงดงามของสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดนี้ แต่ถ้าใครกลัวว่าต้องขับรถช่วงหน้าฝนไกลๆ จากกรุงเทพฯ มาก็แนะนำให้นั่งเครื่องบินแล้วมาเช่ารถเชียงใหม่ขับก็สะดวกสบายแถมปลอดภัยอีกต่างหาก ไหนๆ ก็ได้เช่ารถเที่ยวเชียงใหม่แล้วมาทำความรู้จักกับ 10 ที่เที่ยวเชียงใหม่ในช่วงหน้าฝน ว่ามีสถานที่ไหนน่าสนใจและต้องไปให้ได้กันบ้าง

 

ม่อนแจ่ม
สถานที่แรกขอแนะนำให้มาที่ม่อนแจ่ม ภายในโครงการหลวงหนองหอย อ.แม่ริม พื้นที่เป็นดอยสูง บรรยากาศคือการมองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนกันสุดลูกหูลูกตา ยิ่งช่วงหน้าฝนจะมีหมอกลอยปกคลุมภูเขาให้ความสวยงามไปอีกแบบ นอกจากนี้ความงดงามของสีต้นไม้จากธรรมชาติและบรรดาดอกไม้ก็ดูสดใส เรียกว่าสวยงามจริงๆ

 

ดอยอินทนนท์
ใครบอกว่าดอยอินทนนท์ต้องมาแต่ช่วงหน้าหนาว เพราะช่วงหน้าฝนแบบนี้เราสามารถเช่ารถเที่ยวเชียงใหม่ขับขึ้นไปได้อย่างสบายๆ กับธรรมชาติอันงดงาม สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ให้ความร่มรื่น ยิ่งพอขึ้นไปถึงยอดดอยแล้วจะยิ่งสัมผัสกับหมอกจางๆ และธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เชิญสูดอากาศต้นไม้ติดไอฝนนิดหน่อยมันช่างชุ่มฉ่ำปอดดีจริงๆ

 

ดอยอ่างขาง
นี่คือพื้นที่อันแสนงดงามอีกแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ ยอดดอยเต็มไปด้วยดอกไม้แข่งกันบานสร้างความสวยงามละลานตาไปหมด ความพิเศษของหน้าฝนในการเที่ยวดอยอ่างขางคือเราจะได้พบกับธรรมชาติที่สดใสมากเนื่องจากมีหยดน้ำฝนช่วยแต่งแต้มความงดงามนี้ให้เกิดขึ้น แถมมาที่ดอยอ่างขางเรายังได้พบกับไร่ชา 2000 แหล่งปลูกชาอันดับต้นๆ ของเมืองไทยอีกด้วย

 

พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์
นี่คือสวนดอกไม้ขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 400 ไร่ ให้ได้ชื่นชมความสวยงามกันแบบอิ่มเอม ยิ่งช่วงปลายฝนจะเป็นช่วงที่ดอกไม้หลายชนิดเริ่มออกดอกเบ่งบานกันเต็มที่เพื่อรอต้อนรับหน้าหนาวยิ่งทำให้มีความสวยงามมากกว่าเดิมอีกหลายเท่า นอกจากนี้ยังได้เยี่ยมชมพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ในช่วงเวลาอากาศดีๆ อีกต่างหาก คุ้มเกินคุ้มจริงๆ ในการเที่ยวหน้าฝนแบบนี้

 

อุทยานหลวงราชพฤกษ์
แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่มีการจัดแต่งพื้นที่โดยรอบอย่างงดงาม จัดสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 พรรษา มีการจัดแสดงดอกไม้ของต่างประเทศให้ได้ชื่นชมกัน แถมยิ่งไปช่วงหน้าฝนจะได้บรรยากาศที่โอบล้อมด้วยหมอกจางๆ งดงามเกินบรรยาย

 

อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง
ใครว่ามาเที่ยวที่นี่ต้องมาแค่ตอนหน้าหนาว เพราะการมาอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังช่วงหน้าฝนจะได้สัมผัสกับป่าไม้อันเขียวขจีพร้อมด้วยดอกไม้หลากชนิดที่เตรียมเบ่งบานรอต้อนรับหมู่นักท่องเที่ยวในช่วงหน้าหนาวแต่เมื่อเราไปก็เท่ากับว่าได้เห็นการแรกแย้มของดอกไม้เหล่านี้เป็นอีกภาพความงดงามที่หาไม่ได้ในช่วงหน้าอื่นแน่นอน ยิ่งตอนเช้าตื่นขึ้นมาสูดอากาศพร้อมกลิ่นไอฝนหน่อยๆ สดชื่นจนอยากเก็บอากาศแบบนี้เอาไว้เลย

 

ป่าสนบ้านวัดจันทร์
จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือถูกโอบล้อมไปด้วยป่าสนกับป่าเต็งรัง ส่งผลให้มีสภาพอากาศเย็นตลอดทั้งปี แถมการไปช่วงหน้าฝนยังได้สัมผัสกับกลิ่นอายแห่งความเป็นธรรมชาติกับเม็ดฝนที่กระทบกับใบไม้อย่างเต็มปอด หยดน้ำค้างที่สร้างบรรยากาศให้สุดชิลล์ สายหมอกช่วยให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในดินแดนมหัศจรรย์ ใครต้องการปลีกวิเวกจากความวุ่นวายในเมืองกรุงแนะนำที่นี่เลย

 

นาข้าวขั้นบันไดบ้านป่าบงเปียง
นาข้าวขั้นบันไดบ้านป่าบงเปียงหรือบางคนก็เรียกว่านาข้าวขั้นบันไดแม่แจ่ม เพราะตั้งอยู่ใน อ.แม่แจ่ม นี่คือพื้นที่นาขั้นบันไดขนาดใหญ่และแปลงไร่ข่าวโพด แนะนำว่าสถานที่แห่งนี้หากมาในช่วงหน้าฝนต้องลองมานอนค้างโฮมสเตย์ซักคืนแล้วจะรู้ว่าบรรยากาศยามเช้าที่ฝนพึ่งหยุดตกตื่นมาเห็นนาขั้นบันไดสุดลูกหูลูกตาพร้อมกลิ่นไอความเป็นธรรมชาติมันสุดยอดขนาดไหน ยิ่งช่วงกันยายนถึงตุลาคมภูเขาโดยรอบจะเป็นสีเขียวขจีให้ความงดงามแบบต้องบันทึกภาพความทรงจำเอาไว้ พอช่วงพฤศจิกายนจากสีเขียวจะกลายเป็นสีทองอร่ามของรวงข้าวงดงามอีกแบบ

 

หมู่บ้านแม่กำปอง
อยู่ในกิ่งอำเภอแม่ออน นี่คือหมู่บ้านซึ่งตั้งบนพื้นที่รายล้อมด้วยธรรมชาติอันแสนร่มรื่น อากาศหนาวเย็นตลอดเวลา เราจะได้พบกับวิถีชีวิตชาวบ้านที่ยังคงเอาไว้จากรุ่นสู่รุ่นไม่มีเปลี่ยนแปลง เป็นสถานที่ผลิตโอโซนระดับคุณภาพของเชียงใหม่ ยิ่งใครมาช่วงหน้าฝนจะยิ่งสัมผัสกับบรรยากาศอันแสนสดชื่นจนไม่อยากกลับเมืองกรุงกันเลยทีเดียว

 

สวนสัตว์เปิดเชียงใหม่
ใครว่าต้องมาเฉพาะหน้าหนาวเพราะสวนสัตว์เปิดเชียงใหม่แห่งนี้สามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี ยิ่งช่วงหน้าฝนก็จะได้สัมผัสกับบรรยากาศการใช้ชีวิตอีกแบบของบรรดาสัตว์น้อยใหญ่ทั้งหลาย แถมยังได้พบกับความร่มรื่นเคล้ากลิ่นสายฝนอีกต่างหาก ชื่นชมความน่ารักได้ตลอดทั้งวันไม่มีเบื่อแน่นอน

สนับสนุนบทความโดย Drivemate
เว็บเช่ารถเชียงใหม่ราคาถูก
มีรถเช่าเชียงใหม่หลากหลายไสตล์ให้เลือกเช่า

หน้า: [1]