ผู้เขียน หัวข้อ: 6 ข้อเท็จจริงของภาพยนต์ สตาร์ วอร์ส ที่แฟนคลับอาจไม่เคยรู้มาก่อน  (อ่าน 86 ครั้ง)

nemo413

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 3
    • ดูรายละเอียด
6 ข้อเท็จจริงของภาพยนต์ สตาร์ วอร์ส ที่แฟนคลับอาจไม่เคยรู้มาก่อน

สตาร์ วอร์ส ภาพยนต์ชุดที่มีถึง 6 ภาค เป็นผลงานการกำกับของ จอร์จ ลูคัส หนึ่งในผู้กำกับภาพยนต์ชั้นเซียน ภาพยนต์เรื่องนี้ได้รับความสำเร็จไปทั่วโลกจนแฟนๆไม่อยากที่จะให้มีเพียง 6 ภาค ภายในเวลาต่อมาบริษัทวอลต์ดิสนีย์ได้ทำการเข้าซื้อบริษัทของ จอร์จ ลูคัส และทำการต่อยอดจักรวาล สตาร์ วอร์ส ออกมาเป็นภาพยนต์ภาคใหม่อีก 3 ภาคและมีเนื้อเรื่องใหม่ที่เป็นฉบับการ์ตูน รวมไปถึงวิดีโอเกมที่มีภาคใหม่ออกมาเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังมีเนื้อเรื่องของ ฮาน โซโล ที่เป็นหนังเดี่ยวอีกด้วย แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นภาพยนต์ดังที่มีผู้ชมให้การติดตามจากทั่วโลกแต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่แฟนคลับไม่เคยทราบมาก่อน ไปอ่านกันเลย

1.ในตอนแรกตัวละคร “ลุค สกายวอล์คเกอร์” เกือบจะเป็นเด็กผู้หญิงอยู่แล้ว -  โดยในช่วงเวลาเมื่อนานมาแล้วในปี ค.ศ.1975 ผู้ที่เขียนบทซึ่งก็คือ จอร์จ ลูคัส ได้เขียนบทเนื้อเรื่องคร่าวๆออกมาโดยใช้ชื่อตอนว่า “Adventures of the Starkiller, Episode One: The Star Wars.”  แต่พอเขียนไปเขียนมาก็ออกมาเป็นเรื่อง Star Wars: A New Hope นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องตัวละครหญิงที่มีน้อยเกินไป

ทำให้ จอร์จ ลูคัส ลองเปลี่ยนบุคลิกของ “ลุค สกายวอล์คเกอร์” ไปเป็น “ลุค สตาร์คิลเลอร์” และเปลี่ยนให้เขาเป็นเด็กสาววัยรุ่นอายุ 18 ปี แต่ในเวลาไม่กี่เดือนผ่านไปลูคัสก็เปลี่ยนใจเปลี่ยนให้ลุคกลับไปเป็นเด็กผู้ชาย ทำให้ภาพยนต์ สตาร์ วอร์ส ไม่มีตัวเอกเป็นผู้หญิงจนกระทั่ง 40 ปีให้หลัง

2.ในตอนแรกปรมาจารย์ “โยดา” พ่อทุกสถาบันของเหล่าเจไดเกือบจะเป็นลิงใส่หน้ากากไปแล้ว – เพราะในช่วงแรกโยดาถูกออกแบบมาให้เป็นลิงใส่หน้ากากสีเขียว แต่ในขณะที่มีการทดลองเอาลิงมาแสดงจริงๆ ลิงก็พยายามจะถอดเอาหน้ากากออกทุกครั้งเลย ในที่สุดก็ต้องมีการสร้างตัวละครนี้ใหม่โดย จิม เฮนสัน ผู้สร้างตัวละครหุ่นเชิด The Muppets นั่นเอง

3.อันที่จริงตามเนื้อเรื่องที่แต่งขึ้นมาในช่วงแรกๆ ฮาน โซโล ต้องตาย - คือตัวละครนี้ยังไงมันก็ต้องตายอยู่แล้วแหละเพียงแต่เปลี่ยนมาตายในตอนที่เป็นเนื้อเรื่อง 3 ภาคใหม่ของดิสนีย์ โดยในตอนแรก ฮาน มีบทที่จะต้องตายในขณะที่เข้าร่วมการต่อสู้ในปฏิบัติการณ์การโจมตี Death Star

4.ฉากตัวหนังสือเลื่อนตอนเริ่มต้นภาพยนต์ต้องใช้เวลาถ่ายทำกันนานถึง 3 ชั่วโมง – ฉากตัวหนังสือเลื่อนอันโด่งดังที่มีให้เห็นกันครั้งแรกในภาพยนต์ Star Wars: A New Hope ถือว่าเป็นหนึ่งในความสำเร็จของการใช้เทคนิคพิเศษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะว่าในสมัยนั้นไม่สามารถใช้คอมพิวเตอร์ทำตัวหนังสือเลื่อนแบบนี้ได้ จึงต้องใช้เทคนิคการตัดต่อที่เยอะพอสมควร
5.ประโยค “I am your father” ที่ดาร์ธเวเดอร์พูดกับลุค สกายวอล์คเกอร์ ถือเป็นความลับสุดยอดของภาพยนต์ชุดนี้ - โดยเนื้อเรื่องส่วนนี้ถูก จอร์จ ลูคัส ปกปิดเอาไว้เป็นอย่างดี เขาถึงกับเขียนบทปลอมๆขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้พวกนักแสดงรู้ว่าที่จริงแล้ว “ดาร์ธเวเดอร์” เป็นพ่อของ “ลุค สกายวอล์คเกอร์” จะมีแต่นักแสดงชาย “มาร์ก แฮมิลล์” ที่รับบทเป็นลุคเท่านั้นที่รู้ความลับนี้

6.และเรื่องสุดท้ายที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ก็คือ “จอร์จ ลูคัส” แพ้พนัน “สตีเว่น สปีลเบิร์ก” ถึง 40 ล้านดอลลาร์!! - ในช่วงยุค 70 เป็นช่วงที่ ลูคัส กำลังทำงานกับ “Star Wars: A New Hope” ในขณะที่ สตีเว่น กำลังสร้างภาพยนต์เรื่อง “Close Encounters of the Third Kind” มีอยู่วันนึงที่ทำให้ลูคัสต้องตกใจสตีเว่นเป็นคนบอกว่างั้น
ลูคัสพูดกับสตีเว่นว่า โอ้พระเจ้าหนังของคุณต้องประสบความสำเร็จมากกว่า สตาร์ วอร์ส แน่นอนและมันจะเป็นหนังที่ดีที่สุดตลอดกาล ในขณะที่สตีเว่นไม่เขื่อว่ามันจะเป็นอย่างงั้น ลูคัส ก็เลยพูดออกมาว่าเอางี้ละกันเรามาพนันกันด้วยรายได้จากภาพยนต์เป็นจำนวน “2.5%” กันดีมั๊ยล่ะ หนังของใครประสบความสำเร็จมากกว่า คนนั้นก็ต้องควักรายได้ “2.5%” ให้อีกคน
สตีเว่นก็รับคำท้า ปรากกฏว่าภาพยนต์ “Star Wars: A New Hope” ทำเงินได้ทั่วโลก 800 ล้านดอลลาร์ ส่วนเรื่อง “Close Encounters of the Third Kind” ทำเงินได้ 340ล้านดอลลาร์ ทำให้ ลูคัสต้องจ่ายให้สตีเว่นไปเกือบ 40 ล้านดอลลาร์ (ตามรายงานของนิตยสาร TIME) แต่แค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงอยู่แล้วก็ทำเงินได้เยอะขนาดนั้น