ผู้เขียน หัวข้อ: อุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันจุกเสียดแน่นท้อง อาการโคลิค ที่ควรมีติดบ้าน  (อ่าน 92 ครั้ง)

unyana

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 150
    • ดูรายละเอียด
ลูกร้องไม่ยอมหยุดติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน มักจะร้องไห้ตั้งแต่บ่ายแก่ ๆ จนถึงค่ำนานถึง 3 ชั่วโมง ทั้งที่มีร่างกายแข็งแรงดีและไม่เห็นสัญญาณผิดปกติใด ๆ และเมื่อถึงเวลาจะหยุดร้องไห้ไปเอง ปัญหาอาจเกิดจาก อาการโคลิค ซึ่งปกติจะเห็นในเด็กอ่อนอายุตั้งแต่ 2-4 สัปดาห์ถึง 4-6 เดือน สาเหตุที่พบมากคือลูกกินนมแล้วมีลมในท้อง จุกเสียดแน่นท้อง ทำให้ ลูกร้องไม่หยุด วิธีการแก้ปัญหาเบื้องต้นคือช่วยขับลมออกจากท้องด้วยการเรอและผายลม อีกวิธีที่พ่อแม่ใช้กันมากคือปลอบใจด้วยจุกนมปลอม บางครั้งได้ผล แต่อาจส่งผลเสียต่อเด็ก เพราะกลืนลมลงท้องทำให้แน่นอึดอัดและอาการปวดจุกเสียดท้องหนักขึ้น




ทุกวันนี้มีอุปกรณ์แอนตี้ อาการโคลิค ผลิตออกมาเป็นตัวเลือกที่ควรมีติดบ้าน ช่วยป้องกันจุกเสียดแน่นท้อง ทำให้ทารกหยุดร้องไห้เร็วขึ้น ได้แก่

   1.ขวดนมรุ่นแอนตี้โคลิคเป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาช่วยป้องกันอากาศเข้าไปในจุกนม เวลาดูดนมจะไม่มีปัญหาทารกกลืนลมลงท้องในขณะป้อนนม ลดปัญหาท้องอืดแน่นท้อง ลดการจุกเสียดแน่นท้องซึ่งส่งผลให้อาการโคลิครุนแรงยิ่งขึ้น วัสดุที่ใช้ปราศจากสาร BPA ปลอดภัยต่อลูกน้อย

   2.หลอดแอนตี้โคลิคที่ใช้กับ ทารกร้องไห้ ด้วย อาการโคลิค มีลักษณะเป็นหลอดพีวีซี สำหรับสอดท่อเข้าไปในทวารหนักของเด็กระดับความลึก 0.5 เซนติเมตรช่วยให้เด็กผายลมออกมา ใช้งานได้วันละหลายครั้ง ท่อทำจากพีวีซีที่อ่อนและปลอดภัย มีน้ำมันหล่อลื่นปลายท่อไม่ระคายเคืองทวารหนัก แก้ปัญหาแน่นท้อง ท้องผูก นอกจากนั้นขวดนมออกแบบพิเศษให้ลูกน้อยอยู่ในท่านั่งดูดนมได้ ให้ศีรษะสูงกว่าลำตัวช่วยป้องกันโรคหูชั้นกลางอักเสบ

3.เบาะรองอุ้มที่ออกแบบพิเศษ นุ่มสบาย ดีไซน์กระชับกับสรีระช่วงไหล่ของพ่อแม่ ช่วยบรรเทาอาการของแก๊สในกระเพาะและกรดไหลย้อนเพื่อบรรเทาอาการ ภายในเบาะมีระบบเสียงหัวใจเต้นปรับได้ 3 ระดับและระบบสั่นสะเทือนที่อ่อนโยนเลียนแบบสภาวะในมดลูกช่วยปลอบ ทารกร้องไห้ ให้รู้สึกอุ่นใจและสงบเร็วขึ้น ทารกรู้สึกผ่อนคลายและปรับตัวให้คุ้นเคยกับโลกภายนอกง่ายขึ้น

อุปกรณ์เหล่านี้มีประโยชน์ขึ้นอยู่กับอาการของทารกแต่ละคน ควรสังเกตว่าโคลิคเกิดจากอะไรแล้วเลือกอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม ช่วยเหลือพ่อแม่ได้มากในช่วงสองสามเดือนแรก หลังจากนั้นอาการร้องไห้เพราะโคลิคจะลดลงไปเอง อาการโคลิคอาจเป็นอันตรายหรือไม่อันตรายก็ได้ หากลูกน้อยยังกินนมได้ สุขภาพดี มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ปกติ ก็ไม่เป็นอันตราย ลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุ อาจส่งผลเสียหลายด้านในระยะยาว ทำให้นอนหลับน้อย เกิดอาการภูมิแพ้ มีผลกระทบต่อพฤติกรรมทางสังคมและอารมณ์หงุดหงิดก้าวราวในอนาคต หากเวลาผ่านไปแล้วอาการไม่บรรเทาเบาบางลง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างถูกต้อง