ผู้เขียน หัวข้อ: ทำความรู้จักฟันชนิดลำดับที่สามของชีวิต ฟันที่คุณอาจมีโอกาสจำต้องใช้บริการสักซี่  (อ่าน 140 ครั้ง)

Siwaporn_s

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 37
    • ดูรายละเอียด


ฟันปลอม หรือด้านการแพทย์เรียกว่า ฟันเทียมคือ สิ่งประดิษฐ์ที่ทำขึ้นเลียนแบบฟันเพื่อใช้ทดแทนฟันธรรมชาติที่หายไป

ฟันปลอมมี 3 ประเภท ได้แก่ แบบถอดได้ ประเภทติดแน่น และก็รากเทียม แต่ละชนิดมีข้อบ่งใช้นาๆประการ

แม้ว่าจะเป็นฟันปลอมแต่ว่าจะต้องดูแล ทำความสะอาดให้ดีไม่แตกต่างจากฟันแท้ เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของฟันปลอมไว้ให้นานที่สุด
เมื่อไหร่ที่ฟันมีปัญหา ไม่ว่าจะการพูด การบดเคี้ยวของกิน ควรจะรีบไปพบทันตแพทย์เพื่อรับการแก้ไข

ถ้าหมอฟันแจ้งว่า ต้องใส่ฟันปลอมจริงๆก็จะต้องใส่ ด้วยเหตุว่ามีข้อดีมากกว่าข้อเสียแน่ๆ

ฟันปลอม หรือที่การแพทย์เรียกว่า ฟันเทียม คือ ประดิษฐกรรมที่ผลิตขึ้นเลียนแบบฟันเพื่อใช้ทดแทนฟันธรรมชาติที่หายไป

ประโยชน์ของฟันปลอมมีเยอะมาก ดังเช่น เพื่อความสบายสำหรับการบดเคี้ยวอาหาร เสริมบุคลิกภาพ ทำให้การออกเสียงชัดเจนขึ้น ป้องกันปัญหาเรื่องการล้มเอียงของฟันซี่ที่เหลือไปยังช่องว่างของเหงือก รวมถึงปัญหาเกี่ยวกับขากรรไกรที่อาจเกิดขึ้น

ประเภทของฟันปลอม
สามารถแบ่งฟันปลอมออกได้เป็น 3 ประเภท ยกตัวอย่างเช่น ชนิดถอดได้ ชนิดติดแน่น และก็รากเทียม

ฟันปลอมชนิดถอดได้
อาจใช้ทดแทนซี่ฟันที่หายไปเพียงบางซี่ หรือมากกว่านั้น กรณีที่หายไปเพียงบางซี่ หมอฟันจะกรอแต่งรูปร่างของฟันในบางตำแหน่งให้เป็นที่อยู่ของฐานฟันเทียมแล้วก็ตะขอ เพื่อให้ฟันปลอมสามารถใช้งานได้โดยไม่หลุดออกจากปาก

หากเป็นในกรณีที่ทำทั้งยังขากรรไกรก็บางทีอาจเป็นการพิมพ์ปากทั้งยังแนว (บน หรือข้างล่าง) เพื่อเสริมวัสดุเป็นโครงสร้างรองรับไม่ให้ฟันปลอมหลุด

ส่วนวัสดุที่ใช้สำหรับทำฟันปลอมมักทำมาจากอะคลิลิก (พลาสติก) หรือโลหะผสม

ฟันปลอมชนิดติดแน่น
มีหลายอย่าง ถ้าเกิดใช้ในการซ่อมบำรุงฟันซี่ใดซี่หนึ่งเพียงแต่ซี่เดียวจะเรียกว่า “ครอบฟัน” แต่หากใช้ทดแทนซี่ฟันที่หายไปด้วยจะเรียกว่า “สะพานฟัน” หรือ "สะพานฟันติดแน่น" ฟันประเภทนี้ทันตแพทย์จะกรอแต่งฟันซี่ใกล้กันก่อนเพื่อสวมสะพานฟัน

รากเทียม
การรักษาเพื่อทดแทนซี่ฟันที่หายไปเพียงแค่บางซี่ หลายซี่ หรือทั้งยังปาก รากเทียมทำจากโลหะไทเทเนียมซึ่งมีคุณสมบัติเข้ากันได้ดีกับเนื้อเยื่อของคนเรา

ความรู้สึกเมื่อใส่ฟันปลอม
การใส่ฟันปลอมในตอนแรกจะมีความรู้สึกแปลกๆราวกับมีสิ่งเจือปนเข้ามาอยู่ในปาก ต่อจากนั้นเมื่อใส่ฟันปลิมเสมอๆวันแล้ววันเล่า คุณจะค่อยๆเคยชินไปเอง

หมอฟันจะเสนอแนะให้สวมฟันปลอมตลอดระยะเวลา เว้นเสียแต่เวลานอนเพื่อเหงือกได้พัก และป้องกันเยื่อในโพรงปากอักเสบ


* แนวทางกินอาหารด้วยฟันปลอมอย่างแม่นยำ
* เมื่อเริ่มใส่ฟันปลอมคราวแรกควรรับประทานแต่ว่าอาหารอ่อนๆก่อน
* ตัดอาหารเป็นชิ้นเล็กๆรวมทั้งค่อยๆบดโดยใช้ฟันทั้งสองฟาก
* เลี่ยงการเคี้ยวหมากฝรั่งและก็อาหารที่มีความเหนียว แข็ง หรือมีความแหลมคม
* กาวติดฟันปลอมจำเป็นจะต้องยังไง

ถ้าฟันปลอมของคุณติดกาวอย่างพอดีก็ไม่จำเป็นต้องใช้กาวติดฟันปลอม แต่ว่าหากกระดูกฟันกรามกำเนิดหดตัวจนถึงมีความรู้สึกว่า "ฟันปลอมหลวม" ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อกระทำแก้ไข หรือใช้กาวติดฟันปลอมทำให้เกิดความรู้สึกเชื่อมั่นในตนเองยิ่งขึ้น

แต่ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของสินค้าและหลบหลีกการใช้กาวปริมาณมากเหลือเกิน

แนวทางกำจัดกาวติดออกมาจากฟันปลอมสามารถทำได้ด้วยการใช้สบู่และน้ำ ส่วนคราบกาวที่ติดอยู่ในช่องปากก็สามารถล้างออกด้วยกระดาษทิชชู่ชุบน้ำ หรือด้วยผ้าเนื้ออ่อนชุบน้ำสะอาดเอามาเช็ดถูฟันปลอมให้ทั่ว

การดูแลช่องปากและทำความสะอาด
การดูแลความสะอาดโพรงปากก็สำคัญเทียบเท่าการทำความสะอาดตัวฟันปลอม ควรจะทำความสะอาดฟันปลอมให้เป็นประจำเพื่อขจัดคราบจุลอินทรีย์แล้วก็เศษอาหารที่บางทีอาจสะสมอยู่

เนื่องด้วยฟันปลอมที่ไม่สะอาดจะเป็นสาเหตุของปัญหาต่างๆยกตัวอย่างเช่น กลิ่นปาก โรคปริทันต์ ฟันผุ แล้วก็การได้รับเชื้อราในโพรงปาก

นอกจากนั้นควรแปรงฟันที่เหลืออยู่กับจำเป็นต้องแปรงเหงือกและลิ้นให้สะอาดอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน ด้วยยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ เพื่อป้องกันฟันผุและปัญหาในช่องปากอื่นๆและไม่ควรจะใช้ไม้จิ้มฟันทำความสะอาดฟันปลอมในช่องปาก

* แม้เป็นฟันปลอมชนิดติดแน่น ให้ดูแลเหมือนฟันธรรมชาติด้วยการขัดฟันและใช้ไหมขัดฟัน เนื่องจากว่าหากทำความสะอาดไม่ดีอาจเกิดรอยผุได้
* ถ้าหากเป็นฟันปลอมประเภทถอดได้ แช่ฟันปลอมในสารละลายที่มีฟองฟู่ หรือใส่เม็ดทำความสะอาดฟันลงในน้ำแช่ฟันปลอม เพื่อจัดการกับรอยคราบแบคทีเรียที่คงเหลือ
* แปรงและขัดฟันปลอมชนิดถอดได้ด้วยยาสีฟัน หรือสบู่ และล้างด้วยน้ำสะอาดเพื่อกำจัดเศษอาหาร
* ควรจะหาภาชนะใส่น้ำมารองไว้ขณะที่กำลังทำความสะอาดฟันปลอมเพื่อป้องกันการแตกหัก
* การถอดฟันปลอมไว้ภายนอก ควรให้ฟันปลอมมีความชุ่มชื้นตลอดเวลาเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้วัสดุฟันปลอมเปลี่ยนรูปร่างไป
* หลังใส่ฟันปลอมควรไปพบหมอฟันเวลาใด
* ถ้าเกิดจำต้องใส่ฟันปลอม คุณควรจะไปพบหมอฟันอย่างสม่ำเสมอ (แม้แต่ฟันปลอมแบบอีกทั้งปากก็ตาม) เพื่อตรวจภาวะหาร่องรอยปัญหาต่างๆ

โดยทั่วไปฟันปลอมมีอายุการใช้แรงงานยาวนานหลายปีถ้าดูแลอย่างยอดเยี่ยม แต่ว่าโดยมากแล้วเหงือกแล้วก็ฟันกรามของจะหดลง ทำให้ฟันปลอมบางทีอาจหลวมและหลุดออกมาได้ โดยเหตุนี้ให้รีบไปพบหมอฟันหากว่า

* ฟันปลอมส่งเสียงในตอนที่คุณกล่าว
* ฟันปลอมหลวม หรือคุณรู้สึกได้ว่า ฟันปลอมน้อยเกินไปดีปากอีกแล้ว
* ฟันปลอมทำให้คุณรู้สึกอึดอัด
* ฟันปลอมมีความเสื่อมโทรมอย่างชัดเจน
* คุณมีสัญญาณของโรคเหงือก หรือฟันผุ ดังเช่น มีเลือดไหลตามไรฟัน มีกลิ่นปาก เป็นต้น

ถ้าหากไม่เปลี่ยนฟันปลอมที่เก่าและไม่พอดี ฟันปลอมอาจทำให้คุณเมื่อยปากได้ บางโอกาสอาจส่งผลไปถึงการได้รับเชื้อ การกินอาหาร การพูด ได้
แม้ว่าคุณจะไม่ได้อยากใช้ฟันชุดมี่สามที่ชื่อว่า "ฟันปลอม" เลย แต่ว่าเชื่อเถอะว่า ถ้าเกิดถึงเวลาที่จำเป็นที่จะต้องใช้ฟันปลอมจริงๆการันตีว่า ประดิษฐกรรมนี้จะให้ผลดีมากยิ่งกว่าโทษแน่ๆ

อย่างน้อยๆการมีฟันปลอมก็ทำให้ท่านรับประทานอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อย ยิ้มกว้างได้อย่างไม่เก้อเขิน รวมทั้งเป็นตัวช่วยเสริมบุคลิกชั้นดีจริงๆ

https://www.honestdocs.co/denture
 

Tags : ทำฟันปลอม,ฟันปลอม